การประกวดราคาอุปกรณ์รับมือน้ำมันรั่วไหลส่วนใหญ่ตัดสินกันที่ราคา เพราะข้อกำหนดไม่ได้ให้อะไรอย่างอื่นแก่คณะกรรมการไว้เปรียบเทียบ บทความนี้รวบรวมพารามิเตอร์ที่ทำให้ข้อเสนอเทียบกันได้จริง และสิ่งที่มักตกหล่นจนทำให้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมชนะการประมูล

ทำไม TOR อุปกรณ์น้ำมันรั่วไหลจึงมักผิดพลาด
สาเหตุหลักมีสามข้อ
ข้อกำหนดบรรยายตัวอุปกรณ์ แทนที่จะบรรยายภาระงาน TOR ที่ระบุเพียง “ทุ่นกักน้ำมันสูง 600 มิลลิเมตร จำนวน 200 เมตร” ไม่ได้บอกผู้เสนอราคาเลยว่าจะใช้งานที่ไหน และต้องทนสภาพอะไร ข้อเสนอสองรายที่ผ่านข้อกำหนดเท่ากันจึงอาจต่างกันถึงสามเท่าในค่าความต้านแรงดึง แต่ยังเรียกว่าทุ่นสูง 600 มิลลิเมตรเหมือนกัน
ระบุสมรรถนะโดยไม่มีเกณฑ์ทดสอบกำกับ “อัตราการเก็บกู้ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง” ไม่มีความหมาย หากไม่ระบุว่าเป็นน้ำมันชนิดใด ความหนาของฟิล์มเท่าใด และวัดตามมาตรฐานใด ผู้ผลิตมักอ้างค่าสูงสุดบนน้ำมันอุดมคติ แต่การเก็บกู้จริงบนน้ำมันดิบที่ผ่านสภาพอากาศแถบชายฝั่งไทยเป็นอีกตัวเลขหนึ่ง
ไม่มีอะไรมัดชิ้นส่วนให้เป็นระบบเดียวกัน ทุ่นกัก เครื่องเก็บน้ำมัน ชุดต้นกำลัง ถังพักชั่วคราว และการลากจูง ต้องทำงานร่วมกัน การจัดซื้อแยกชิ้นโดยดูราคาต่ำสุด จะได้อุปกรณ์กองหนึ่งที่นำไปใช้ร่วมกันไม่ได้ภายในกรอบเวลาตอบโต้
ประโยคเดียวที่มีประโยชน์ที่สุดที่ควรเพิ่มลงใน TOR
“ผู้เสนอราคาต้องระบุค่าสมรรถนะทุกค่า พร้อมมาตรฐานการทดสอบ ชนิดน้ำมัน ค่าความหนืดของน้ำมัน และสภาวะคลื่นลมที่ใช้ทดสอบ”
ข้อกำหนดข้อเดียวนี้ทำให้ข้อเสนอที่เดิมเทียบกันไม่ได้กลายเป็นเทียบกันได้ และคัดผู้เสนอราคาที่อ้างตัวเลขสูงสุดจากโบรชัวร์ออกไปโดยปริยาย
ขั้นที่ 1 กำหนดสถานการณ์ก่อนกำหนดอุปกรณ์
ทุกอย่างที่ตามมาขึ้นกับการตัดสินใจสี่ข้อนี้ ควรวางไว้ต้น TOR เพื่อให้ผู้เสนอราคาทุกรายออกแบบต่อโจทย์เดียวกัน
ลักษณะแหล่งน้ำ
ระบุว่าเป็นท่าเรือปิด แม่น้ำ ชายฝั่ง หรือนอกชายฝั่ง พร้อมความสูงคลื่นและความเร็วกระแสน้ำที่คาดหมาย ข้อนี้กำหนดชั้นของทุ่นตาม ASTM F1523 ซึ่งระยะพ้นน้ำ ระยะจมน้ำ ความต้านแรงดึง และการตอบสนองต่อคลื่นจะตามมาจากตรงนี้
ปริมาณน้ำมันตามสมมติฐาน
ระบุระดับ Tier และปริมาตรเป็นลูกบาศก์เมตรที่ต้องกักและเก็บกู้ ข้อนี้กำหนดความยาวทุ่น ขนาดเครื่องเก็บน้ำมัน และที่สำคัญคือปริมาตรถังพักชั่วคราว
ชนิดน้ำมัน
ระบุน้ำมันดิบ น้ำมันเตา ดีเซล หรือน้ำมันปาล์ม พร้อมช่วงความหนืดที่อุณหภูมิน้ำทะเลจริง ข้อนี้เป็นตัวกำหนดหลักการทำงานของเครื่องเก็บน้ำมันมากกว่าปัจจัยอื่นใด
เวลาตอบโต้
ระบุจำนวนชั่วโมงจากแจ้งเหตุถึงถึงที่เกิดเหตุ และใครเป็นผู้นำอุปกรณ์ไปใช้งาน ข้อนี้กำหนดวิธีจัดเก็บ ม้วนสาย การยกขน และความจำเป็นของระบบกวาดความเร็วสูง
ควรระบุความเร็วกระแสน้ำให้ชัดเจน ทุ่นกักแบบทั่วไปจะเริ่มสูญเสียน้ำมันจากการมุดใต้ทุ่นที่ความเร็วกระแสสัมพัทธ์ประมาณ 0.7 นอต ซึ่งเป็นเหตุผลที่ระบบกวาดความเร็วสูงถูกจัดเป็นอุปกรณ์คนละประเภท
ขั้นที่ 2 ทุ่นกักน้ำมัน
- ชั้นของทุ่น ระบุตามลักษณะแหล่งน้ำตาม ASTM F1523 ไม่ใช่ระบุความสูงตัวเลขเดียว ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือระบุเพียงทุ่นสูง 600 มิลลิเมตร
- ระยะพ้นน้ำและระยะจมน้ำ ระบุแยกกันทั้งสองค่าเป็นมิลลิเมตร ไม่ใช่ระบุแต่ความสูงรวม
- อัตราส่วนแรงลอยตัวต่อน้ำหนัก ระบุค่าต่ำสุดและวิธีที่ใช้หาค่า ข้อนี้มักไม่ถูกระบุ ทั้งที่เป็นตัวกำหนดการลอยตามคลื่น
- ความต้านแรงดึง ระบุแรงดึงขาดต่ำสุดของสายรับแรงเป็นกิโลนิวตัน เป็นตัวชี้ว่าทุ่นจะทนการลากจูงได้หรือไม่
- ผ้าใบ ระบุวัสดุฐาน สารเคลือบ น้ำหนักเป็นกรัมต่อตารางเมตร และความทนน้ำมันกับรังสี UV การระบุแค่ PVC โดยไม่มีน้ำหนักหรือรายละเอียดสารเคลือบไม่ถือเป็นข้อกำหนด
- ข้อต่อ ระบุชนิด เช่น ASTM slide หรือ Unicon และกำหนดให้เข้ากันได้กับของเดิมที่มีอยู่ การซื้อทุ่นใหม่มาแล้วต่อกับทุ่นเดิมในคลังไม่ได้เป็นผลลัพธ์ที่พบบ่อยและมีราคาแพง
- การพองตัว ระบุแบบพองเอง แบบเติมลม หรือแบบโฟมตัน พร้อมเวลาพองต่อ 100 เมตร ข้อนี้กำหนดกำลังคนและเวลาในการกางทุ่น
- ทุ่นทนไฟ หากอยู่ในขอบเขต ให้อ้าง ASTM F2152 และระบุระยะเวลาที่ต้องทนเปลวไฟ ไม่ควรปฏิบัติเหมือนทุ่นธรรมดา
- การบรรจุ ระบุม้วน ตู้ หรือถุง พร้อมขนาดและน้ำหนักต่อท่อน ก่อนที่ของจะมาถึงแล้วขึ้นเรือไม่ได้
ขั้นที่ 3 เครื่องเก็บน้ำมัน
การเลือกเครื่องเก็บน้ำมันต้องตามชนิดน้ำมัน ไม่ใช่ตามงบประมาณ ควรระบุหลักการทำงานที่ต้องการ และบังคับให้แสดงหลักฐานสมรรถนะบนเกณฑ์ทดสอบที่ระบุ
- น้ำมันเบา ความหนืดต่ำ ฟิล์มบาง ใช้แบบ Weir หรือ Disc ชนิดชอบน้ำมัน ระบุอัตราการเก็บกู้และประสิทธิภาพการผ่านของไหล ไม่ใช่แค่ขนาดปั๊ม
- น้ำมันดิบความหนืดปานกลาง ใช้แบบ Disc หรือ Drum ชนิดชอบน้ำมัน ระบุอัตราการเก็บกู้ที่ค่าความหนืดที่กำหนด และประสิทธิภาพการเก็บน้ำมัน ซึ่งก็คือสัดส่วนน้ำที่ปนขึ้นมา
- น้ำมันหนัก ผ่านสภาพอากาศ หรือเป็นอิมัลชัน ใช้แบบ Brush หรือ Grabber ระบุอัตราการเก็บกู้บนอิมัลชัน และความสามารถผ่านเศษขยะ
- ชายฝั่งที่มีเศษขยะปน ใช้แบบ Brush พร้อมตะแกรงคัด ระบุขนาดของแข็งสูงสุดที่ผ่านได้โดยไม่อุดตัน
ควรบังคับให้ค่าสมรรถนะอ้างตาม ASTM F631 ซึ่งเป็นแนวทางการเก็บข้อมูลสมรรถนะเครื่องเก็บน้ำมันในสภาวะควบคุม โดยให้ค่าออกมาสามตัวแยกกัน คือ อัตราการเก็บกู้ ประสิทธิภาพการผ่านของไหล และประสิทธิภาพการเก็บน้ำมัน เครื่องที่มีอัตราการเก็บกู้สูงแต่ประสิทธิภาพการเก็บน้ำมันต่ำ แปลว่ากำลังสูบน้ำทะเลเข้าถังพักเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ระบบที่ดูเพียงพอบนกระดาษกลับเต็มถังตั้งแต่ชั่วโมงแรก
ขั้นที่ 4 ระบบกวาดความเร็วสูง

หากสถานการณ์รวมถึงทะเลเปิดชายฝั่ง หรือมีข้อกำหนดให้ครอบคลุมพื้นที่ได้เร็ว ทุ่นกักแบบทั่วไปที่จัดเป็นรูปตัว J หรือ U จะกักน้ำมันไว้ไม่ได้ที่ความเร็วลากที่ใช้งานจริง ระบบกวาดอย่าง NOFI Current Buster เป็นอุปกรณ์คนละประเภท และควรระบุแยกออกมา ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นทุ่น
สิ่งที่ต้องระบุ ได้แก่ ความกว้างการกวาดเป็นเมตร ความเร็วลากสูงสุดที่ยังใช้งานได้เป็นนอต ความจุห้องเก็บเป็นลูกบาศก์เมตร จำนวนเรือที่ต้องใช้ และเวลาตั้งแต่สภาพจัดเก็บจนพร้อมใช้งาน ควรถามความเร็วลากที่เริ่มสูญเสียน้ำมัน ไม่ใช่เพียงความเร็วลากสูงสุด เพราะเป็นคนละข้อมูลกัน
ขั้นที่ 5 ถังพักชั่วคราว ส่วนที่มักถูกลืม
ของเหลวที่เก็บกู้ได้ต้องมีที่ไป และน้ำที่ติดขึ้นมากับน้ำมันกินปริมาตรเท่ากัน หากเครื่องเก็บน้ำมันทำงานที่ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง โดยมีน้ำปนร้อยละ 50 แปลว่ากำลังเติมถังพักด้วยอัตรา 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเท่าใดก็ตาม
ควรระบุปริมาตรถังพักรวมเทียบกับปริมาณน้ำมันตามสมมติฐานและระยะเวลาปฏิบัติการที่ตั้งไว้ ชนิดของถังพัก ขนาดและแรงดันของปั๊มถ่าย และวิธีการแยกน้ำออก และต้องระบุให้ชัดว่าอนุญาตให้ปล่อยน้ำที่แยกได้ลงทะเลหรือไม่ตามกฎของหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ เพราะในเขตท่าเรือหลายแห่งของไทยไม่อนุญาต และประเด็นเดียวนี้อาจทำให้ความต้องการถังพักเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
ขั้นที่ 6 สิ่งอื่นที่ควรอยู่ในเอกสาร
- อะไหล่และวัสดุสิ้นเปลืองสำหรับระยะเวลาใช้งานที่ระบุ แยกราคาให้ชัดเพื่อให้เปรียบเทียบได้ ไม่ใช่ซ่อนอยู่ในราคาต่อหน่วย
- การฝึกอบรมและการส่งมอบ ระบุจำนวนบุคลากร การฝึกกางอุปกรณ์จริงในแหล่งน้ำของผู้ซื้อ และเกณฑ์การตรวจรับของการฝึกนั้น
- การรับประกันและการสนับสนุนในประเทศ พร้อมระยะเวลาตอบสนองด้านเทคนิคที่ระบุไว้
- ข้อผูกพันการมีอะไหล่ โดยทั่วไป 10 ปี และระยะเวลาส่งมอบอะไหล่รายการสำคัญ
- ความสอดคล้องกับแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ และข้อกำหนดของการท่าเรือที่เกี่ยวข้อง โดยระบุชื่อให้ชัดเจน
- การทดสอบที่โรงงานและการทดสอบที่หน้างาน พร้อมระบุผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์แต่ละครั้ง
มาตรฐานที่ควรอ้างอิง
- ASTM F1523 การเลือกทุ่นกักตามการจำแนกลักษณะแหล่งน้ำ รวมถึงขนาด แรงลอยตัว และความต้านแรงดึงขั้นต่ำของทุ่น
- ASTM F2683 การเลือกทุ่นกักสำหรับการรับมือน้ำมันรั่วไหล
- ASTM F631 การเก็บข้อมูลสมรรถนะเครื่องเก็บน้ำมันในสภาวะควบคุม ได้แก่ อัตราการเก็บกู้ ประสิทธิภาพการผ่านของไหล และประสิทธิภาพการเก็บน้ำมัน
- ASTM F2152 ทุ่นกักน้ำมันชนิดทนไฟ
ควรอ้างฉบับปีล่าสุด และระบุว่ายอมรับมาตรฐานเทียบเท่าได้หากมีหลักฐาน เพราะ TOR ที่ระบุมาตรฐานโดยไม่เปิดช่องให้พิสูจน์ความเทียบเท่า อาจตัดผู้ผลิตที่มีความสามารถออกไปด้วยเหตุผลทางเทคนิคเพียงเล็กน้อย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด 5 ข้อ
- ระบุทุ่นด้วยความสูงอย่างเดียว โดยไม่มีระยะจมน้ำ อัตราส่วนแรงลอยตัว หรือความต้านแรงดึง
- ยอมรับอัตราการเก็บกู้โดยไม่มีมาตรฐานทดสอบ ชนิดน้ำมัน หรือค่าความหนืดกำกับ
- คำนวณขนาดถังพักจากปริมาณน้ำมัน แทนที่จะคำนวณจากปริมาณของเหลวที่เก็บกู้ได้จริง
- ไม่ระบุความเข้ากันได้ของข้อต่อ ทำให้ทุ่นใหม่ต่อกับของเดิมไม่ได้
- ไม่มีการฝึกกางอุปกรณ์จริงในเกณฑ์การตรวจรับ อุปกรณ์จึงพิสูจน์แล้วแค่บนกระดาษ และไม่เคยลงน้ำจนถึงวันที่เกิดเหตุจริง
ตัวอย่างข้อกำหนดที่นำไปใช้ได้
ปรับตัวเลขให้ตรงกับสถานการณ์ของท่าน สิ่งสำคัญคือโครงสร้างของข้อความ
ทุ่นกักน้ำมัน ชายฝั่ง ระดับ Tier 2 ทุ่นกักน้ำมันต้องเลือกตามมาตรฐาน ASTM F1523 สำหรับการจำแนกแหล่งน้ำประเภทชายฝั่ง โดยมีระยะพ้นน้ำไม่น้อยกว่า 300 มิลลิเมตร และระยะจมน้ำไม่น้อยกว่า 450 มิลลิเมตร สายรับแรงต้องมีแรงดึงขาดไม่น้อยกว่า 100 กิโลนิวตัน ผ้าใบต้องเคลือบทั้งสองด้าน ทนน้ำมันตามที่ระบุในข้อ 2 และทนรังสี UV ข้อต่อต้องเป็นชนิด ASTM slide และต่อเข้ากับทุ่นเดิมของผู้ว่าจ้างได้ ผู้เสนอราคาต้องระบุระยะพ้นน้ำ ระยะจมน้ำ อัตราส่วนแรงลอยตัวต่อน้ำหนัก ความต้านแรงดึง น้ำหนักผ้าใบเป็นกรัมต่อตารางเมตร และเวลาพองต่อ 100 เมตร พร้อมเกณฑ์ทดสอบของแต่ละค่า
คำถามที่พบบ่อย
ควรระบุชื่อผู้ผลิตเฉพาะรายใน TOR หรือไม่
การระบุชื่อสินค้าแล้วเติมคำว่าหรือเทียบเท่า โดยไม่นิยามว่าเทียบเท่าหมายถึงอะไร มักนำไปสู่ข้อพิพาท ควรระบุพารามิเตอร์สมรรถนะและเกณฑ์ทดสอบแทน แล้วเปิดให้ผู้ผลิตที่พิสูจน์ได้เข้าแข่งขัน
ต้องใช้ทุ่นกักยาวเท่าใด
ขึ้นกับปริมาณน้ำมันตามสมมติฐานและรูปแบบการกาง ไม่ใช่สูตรสำเร็จ การล้อมเรือที่เทียบท่า การป้องกันปากทางเข้าชายฝั่ง และการกวาดในทะเลเปิด ให้ความยาวที่ต่างกันมากแม้ปริมาณน้ำมันเท่ากัน
เครื่องเก็บน้ำมันเครื่องเดียวใช้ได้กับน้ำมันทุกชนิดหรือไม่
ไม่ได้ เครื่องแบบ Brush รับมือน้ำมันหนักและอิมัลชันได้ในแบบที่เครื่อง Weir ทำไม่ได้ ขณะที่เครื่อง Weir เก็บฟิล์มบางของน้ำมันเบาได้เร็วกว่าแบบ Brush หากความเสี่ยงครอบคลุมทั้งสองแบบ ควรระบุหัวเก็บที่ถอดเปลี่ยนได้บนชุดต้นกำลังร่วมกัน แทนการใช้เครื่องเดียวที่ประนีประนอม
สาธุ อินโนเวตีฟ ช่วยตรวจร่าง TOR ก่อนออกประกาศได้หรือไม่
ได้ เราตรวจร่างข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานท่าเรือในไทยอยู่เป็นประจำ และให้ความเห็นเรื่องความเปรียบเทียบได้และช่องโหว่ก่อนออกเอกสาร
