ท่าเรือทุกประเภทในประเทศไทย ตั้งแต่ท่าเทียบเรือขนถ่ายน้ำมันไปจนถึงท่าเรือประมง มีหน้าที่เตรียมแผนและอุปกรณ์รับมือน้ำมันรั่วไหลตามประกาศกรมเจ้าท่า ที่ ๑๓๔/๒๕๖๔ ประกาศฉบับนี้กำหนดตัวเลขขั้นต่ำไว้ชัดเจน ตั้งแต่ความยาวทุ่นกักคราบน้ำมัน อัตราเก็บคราบน้ำมันของสกิมเมอร์ ความจุถังเก็บชั่วคราว ไปจนถึงจำนวนชุดป้องกันอันตรายส่วนบุคคล แต่มีผู้อธิบายรายละเอียดไว้น้อยมาก บทความนี้สรุปจากตัวประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยตรง พร้อมชี้จุดที่มักตีความคลาดเคลื่อน และสิ่งที่เปลี่ยนไปในปี 2569
ข้อมูลประกาศโดยสรุป
- ชื่อเต็ม: ประกาศกรมเจ้าท่า ที่ ๑๓๔/๒๕๖๔ เรื่อง มาตรการความปลอดภัย การป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน เคมีภัณฑ์ และสารที่เป็นอันตรายประจำท่าเรือ
- ลงนาม: 30 มิถุนายน 2564 โดยอธิบดีกรมเจ้าท่า
- ประกาศในราชกิจจานุเบกษา: 27 ตุลาคม 2564 เล่ม 138 ตอนพิเศษ 259 ง หน้า 10–13 พร้อมเอกสารแนบท้าย มีผลตั้งแต่วันประกาศ
- ฐานอำนาจ: มาตรา 46 ทวิ มาตรา 119 มาตรา 119 ทวิ และมาตรา 204 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ยกเลิก: ประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 411/2543
- สถานะ ณ 16 ตุลาคม 2569: ยังไม่พบประกาศแก้ไขหรือยกเลิก
ท่าเรือของคุณอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงใด
ประกาศแบ่งท่าเรือออกเป็นสามกลุ่มตามประเภทของท่าและสินค้าที่ขนถ่าย ไม่ได้ใช้ขนาดท่า ปริมาณการขนถ่าย หรือขนาดเรือเป็นเกณฑ์ ท่าเล็กที่ขนถ่ายน้ำมันจึงอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงเช่นเดียวกับท่าขนาดใหญ่
| กลุ่ม | ท่าเรือที่อยู่ในกลุ่ม |
|---|---|
| ความเสี่ยงสูง | “ท่าเรือ หรือทุ่นจอดเรือ (Single Point Mooring: SPM) สำหรับขนถ่ายน้ำมัน เคมีภัณฑ์ สารที่เป็นอันตราย” |
| ความเสี่ยงปานกลาง | ท่าเรือสินค้าทั่วไป ท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ ท่าเรือ Ro-Ro ท่าเรือสินค้าห้องเย็น ท่าเรืออเนกประสงค์ ท่าเรือสินค้าเทกอง ท่าเรือเร็วขนส่งสินค้า ท่าเรือของหน่วยขุดเจาะเคลื่อนที่ (MODU) ท่าเรือขนถ่ายก๊าซ และอู่เรือ |
| ความเสี่ยงต่ำ | ท่าเรือโดยสาร ท่าเรือเร็วโดยสาร ท่าเรือสำราญกีฬา และท่าเรือประมง |
มีสองจุดที่ควรสังเกต ข้อแรก ทุ่นจอดเรือแบบ SPM นอกชายฝั่งถูกนับเป็นความเสี่ยงสูงโดยตรง ข้อสอง ท่าเรือขนถ่ายก๊าซและอู่เรือ อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลาง ไม่ใช่กลุ่มสูง หากท่าเดียวกันขนถ่ายทั้งก๊าซและน้ำมันหรือเคมีภัณฑ์ ควรยืนยันการจัดกลุ่มกับกรมเจ้าท่าก่อนจัดทำแผน
หน้าที่ของท่าเรือแต่ละกลุ่ม
ข้อ ๓ ถึงข้อ ๕ ของประกาศกำหนดหน้าที่แยกตามกลุ่ม ความต่างที่สำคัญที่สุดคือ ท่าความเสี่ยงสูงต้องได้รับความเห็นชอบแผนจากกรมเจ้าท่า และต้องวางทุ่นกักคราบน้ำมันล้อมรอบเรือก่อนการขนถ่ายทุกครั้ง ขณะที่ท่ากลุ่มอื่นยื่นแผนให้ทราบ
| หน้าที่ | ความเสี่ยงสูง | ความเสี่ยงปานกลาง | ความเสี่ยงต่ำ |
|---|---|---|---|
| แผนปฏิบัติการฯ ประจำท่าเรือ | เสนอกรมเจ้าท่าพิจารณาเห็นชอบก่อนใช้ มีอายุคราวละ 3 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับความเห็นชอบ | จัดทำและยื่นให้กรมเจ้าท่าทราบ | จัดทำและยื่นให้กรมเจ้าท่าทราบ |
| ฝึกซ้อมแผน | อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แจ้งกรมเจ้าท่าก่อนฝึก และส่งผลหลังฝึกทุกครั้ง | อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แจ้งก่อนฝึกและรายงานผล | อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง |
| ทบทวนแผนหลังฝึกซ้อม | ปรับปรุงแผน แล้วเสนอขอความเห็นชอบเช่นเดียวกับแผนเดิม | ทบทวนแผน | ทบทวนแผน |
| ตรวจความปลอดภัยก่อนขนถ่าย | นายท่าและนายเรือตรวจร่วมกันตาม ISGOTT ก่อนขนถ่ายทุกครั้ง การขนถ่ายเรือสู่เรือใช้ Ship to Ship Transfer Guide เก็บบันทึกไว้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน | ก่อนขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ตรวจตาม ISGOTT และแนวทางการขนถ่ายเรือสู่เรือ | ก่อนขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ตรวจความปลอดภัยร่วมกันระหว่างท่าและเรือ |
| วางทุ่นกักคราบน้ำมันล้อมรอบเรือ | ก่อนการขนถ่ายทุกครั้ง | ไม่ได้กำหนด | ไม่ได้กำหนด |
| ภาชนะรองรับน้ำมันที่หน้าแปลนท่อ | ต้องมีทุกครั้งที่ขนถ่าย | ก่อนขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง | ก่อนขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง |
| อุปกรณ์ | ตามเอกสารแนบท้าย และพร้อมใช้งานตลอดเวลาที่ทำการขนถ่าย | ตามเอกสารแนบท้าย | ตามเอกสารแนบท้าย |
ข้อกำหนดเรื่องการวางทุ่นอยู่ในข้อ ๓(๖) ซึ่งครอบคลุมการขนถ่ายทั้งสามทิศทาง:
“ก่อนการขนถ่ายน้ำมัน เคมีภัณฑ์ หรือสารที่เป็นอันตรายจากท่าเทียบเรือสู่เรือ หรือจากเรือสู่ท่าเทียบเรือ หรือจากเรือสู่เรือ ต้องติดตั้ง/วางทุ่นกักคราบน้ำมัน…ล้อมรอบลำเรือให้เสร็จเรียบร้อยก่อนทำการขนถ่ายทุกครั้ง”
ในทางปฏิบัติ ข้อนี้ทำให้ทุ่นกักคราบน้ำมันของท่าความเสี่ยงสูงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานทุกรอบการขนถ่าย ไม่ใช่อุปกรณ์ที่เก็บไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินเท่านั้น เวลาที่ใช้วางทุ่น เรือที่ใช้ลากทุ่น และความทนทานของทุ่นต่อการใช้งานซ้ำ จึงควรอยู่ในการพิจารณาตั้งแต่ขั้นเลือกอุปกรณ์
ตารางอุปกรณ์ขั้นต่ำตามเอกสารแนบท้ายประกาศ
ตารางนี้ถอดจากเอกสารแนบท้ายประกาศในราชกิจจานุเบกษา และตรวจกับภาพหน้าเอกสารต้นฉบับ “ความยาวเรือ” หมายถึงความยาวของเรือที่ยาวที่สุดที่เข้าเทียบท่า
| รายการ | ความเสี่ยงสูง | ความเสี่ยงปานกลาง | ความเสี่ยงต่ำ |
|---|---|---|---|
| 1. ทุ่นกักคราบน้ำมัน (Boom) พร้อมอุปกรณ์ประกอบ | ความยาวรวมไม่น้อยกว่า 3 เท่าของความยาวเรือ และต้องเพียงพอต่อการป้องกันการแพร่กระจายของคราบน้ำมัน | ไม่น้อยกว่า 2 เท่าของความยาวเรือ | ความยาวเหมาะสมสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการฯ |
| 2. ทุ่นกักคราบน้ำมันชายหาด (Beach Boom) เฉพาะท่าที่มีอาณาเขตติดต่อกับชายหาด | ไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะทางระหว่างแนวน้ำขึ้นสูงสุดและน้ำลงต่ำสุดบนชายหาด | ไม่น้อยกว่า 1 เท่าของระยะดังกล่าว | อาจจัดให้มี |
| 3. เครื่องเก็บคราบน้ำมัน (Skimmer) | อัตราการเก็บคราบน้ำมัน (ไม่นับรวมน้ำ) ไม่น้อยกว่า 20 m³/h | ไม่น้อยกว่า 10 m³/h (ไม่นับรวมน้ำ) | ตามแผนปฏิบัติการฯ |
| 4. ที่เก็บคราบน้ำมันชั่วคราว พร้อมปั๊มสูบถ่ายและท่อทาง | ความจุรวมไม่น้อยกว่า 40 m³ ปั๊มไม่น้อยกว่า 20 m³/h และต้องจัดหาเพิ่มเติมได้อย่างเพียงพอ | ไม่น้อยกว่า 20 m³ ปั๊มไม่น้อยกว่า 10 m³/h | ไม่น้อยกว่า 2 m³ พร้อมอุปกรณ์ถ่ายเทคราบน้ำมันที่เหมาะสม |
| 5. วัสดุดูดซับ (Absorbent) | ทุ่นดูดซับไม่น้อยกว่า 100 เมตร แผ่นดูดซับขนาดไม่น้อยกว่า 45×45 ซม. ไม่น้อยกว่า 200 แผ่น หรือแบบม้วนไม่น้อยกว่า 40 ตร.ม. | ทุ่นดูดซับไม่น้อยกว่า 50 เมตร แผ่นไม่น้อยกว่า 100 แผ่น หรือแบบม้วนไม่น้อยกว่า 20 ตร.ม. | ทุ่นดูดซับไม่น้อยกว่า 20 เมตร แผ่นไม่น้อยกว่า 40 แผ่น |
| 6. สารขจัดคราบน้ำมัน (Dispersant) ตามประกาศรายชื่อของกรมควบคุมมลพิษ พร้อมเครื่องฉีดพ่น | ไม่น้อยกว่า 2,000 ลิตร พร้อมเครื่องฉีดพ่นแรงดันสูงได้ไกลไม่น้อยกว่า 30 เมตร | ไม่น้อยกว่า 1,000 ลิตร ฉีดพ่นได้ไกลไม่น้อยกว่า 15 เมตร | ไม่น้อยกว่า 40 ลิตร พร้อมเครื่องฉีดพ่นแบบมือหรือที่มีประสิทธิภาพดีกว่า* |
| 7. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) | ไม่น้อยกว่า 40 ชุด | ไม่น้อยกว่า 20 ชุด | ไม่น้อยกว่า 5 ชุด |
* แบบตรวจท่าเทียบเรือ (TAC-01) ทั้งฉบับแนบท้ายประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 135/2564 และฉบับใหม่แนบท้ายประกาศ ที่ 56/2569 ระบุสารขจัดคราบน้ำมันของท่าความเสี่ยงต่ำไว้ที่ “ไม่น้อยกว่า 1,000 ลิตร” ซึ่งไม่ตรงกับเอกสารแนบท้ายประกาศ 134/2564 ที่ระบุ 40 ลิตร ท่าความเสี่ยงต่ำควรสอบถามเจ้าพนักงานตรวจท่าว่าจะใช้ตัวเลขใดในการตรวจ
5 จุดที่มักตีความคลาดเคลื่อน
1. อัตรา 20 m³/h ของสกิมเมอร์ นับเฉพาะน้ำมัน ไม่นับน้ำ
เอกสารแนบท้ายเขียนว่า “อัตราการเก็บคราบน้ำมัน (ไม่นับรวมน้ำ)” แต่ตัวเลขในแคตตาล็อกของสกิมเมอร์ส่วนใหญ่เป็นอัตราสูงสุดที่วัดในสภาพเหมาะสม เมื่อคราบน้ำมันบาง มีคลื่น หรือน้ำมันมีความหนืดไม่ตรงกับชนิดสกิมเมอร์ สกิมเมอร์จะเก็บน้ำปนขึ้นมาด้วย อัตราน้ำมันสุทธิจึงต่ำกว่าตัวเลขในแคตตาล็อก
การเลือกรุ่นที่มีอัตราในแคตตาล็อกเท่ากับเกณฑ์พอดีจึงไม่มีส่วนเผื่อเลย ควรเลือกรุ่นที่มีอัตราสูงกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ และขอข้อมูลประสิทธิภาพการเก็บกู้ (recovery efficiency) หรือผลทดสอบอัตราเก็บกู้ เช่น ตามวิธีทดสอบ ASTM F2709 จากผู้ผลิต เพื่อแนบในแผนปฏิบัติการฯ

2. ทุ่นกักคราบน้ำมัน 3 เท่า ต้องคิดจากเรือที่ยาวที่สุด และต้อง “เพียงพอ” ด้วย
เกณฑ์คือความยาวรวมไม่น้อยกว่า 3 เท่าของความยาวเรือสูงสุดที่เข้าเทียบท่า ไม่ใช่เรือที่เข้าเทียบบ่อยที่สุด ตัวอย่างเช่น ท่าที่รับเรือยาวที่สุด 180 เมตร ต้องมีทุ่นไม่น้อยกว่า 540 เมตร หากเป็นท่าความเสี่ยงปานกลาง ต้องมีไม่น้อยกว่า 360 เมตร
ประกาศยังกำหนดให้ทุ่นต้อง “เพียงพอต่อการป้องกันการแพร่กระจายของคราบน้ำมันหากเกิดเหตุรั่วไหล” ความยาวตามสูตรจึงเป็นเพียงขั้นต่ำ ประกาศไม่ได้กำหนดชนิดหรือความสูงของทุ่น การเลือกจึงต้องดูจากความเร็วกระแสน้ำ คลื่น และพื้นที่ที่ต้องปิดล้อมจริงของท่านั้น ส่วนทุ่นกักคราบน้ำมันชายหาดเป็นข้อกำหนดเฉพาะท่าที่มีอาณาเขตติดต่อกับชายหาดเท่านั้น
3. สารขจัดคราบน้ำมันต้องอยู่ในบัญชีของกรมควบคุมมลพิษ และเครื่องพ่นต้องมีระยะพ่นตามเกณฑ์
ท่าความเสี่ยงสูงต้องมีสารขจัดคราบน้ำมันไม่น้อยกว่า 2,000 ลิตร พร้อมเครื่องฉีดพ่นแรงดันสูงที่พ่นได้ไกลไม่น้อยกว่า 30 เมตร และสารที่ใช้ต้องอยู่ในประกาศรายชื่อของกรมควบคุมมลพิษ ระยะพ่นเป็นตัวเลขที่ผู้ผลิตเครื่องพ่นหลายรายไม่ได้ระบุไว้ในเอกสาร ควรขอข้อมูลระยะพ่นเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนนำเครื่องพ่นไปอ้างในแผน
4. ที่เก็บชั่วคราว 40 m³ ต้องมาพร้อมปั๊มสูบถ่าย และต้องหาเพิ่มได้
เกณฑ์ของท่าความเสี่ยงสูงไม่ได้มีเพียงความจุรวม 40 m³ แต่รวมถึงปั๊มสูบถ่ายไม่น้อยกว่า 20 m³/h พร้อมท่อทาง และ “ต้องสามารถจัดหาเพิ่มเติมได้อย่างเพียงพอ” หากใช้ถังหลายหน่วยรวมกัน ควรระบุจำนวนและความจุแต่ละหน่วยไว้ในรายการอุปกรณ์ท้ายแผน ซึ่งประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 136/2564 กำหนดให้แผนต้องมีอยู่แล้ว
5. ท่าความเสี่ยงปานกลางก็มีหน้าที่เต็มรูปแบบ
ท่าตู้คอนเทนเนอร์ ท่า Ro-Ro ท่าขนถ่ายก๊าซ และอู่เรือ มักไม่คิดว่าตนต้องมีอุปกรณ์ขจัดคราบน้ำมัน แต่ประกาศกำหนดให้ท่ากลุ่มนี้มีทุ่นกักคราบน้ำมันไม่น้อยกว่า 2 เท่าของความยาวเรือ สกิมเมอร์ 10 m³/h (ไม่นับรวมน้ำ) ที่เก็บคราบน้ำมันชั่วคราว 20 m³ วัสดุดูดซับ สารขจัดคราบน้ำมัน 1,000 ลิตร และ PPE 20 ชุด พร้อมแผนที่ยื่นต่อกรมเจ้าท่าและการฝึกซ้อมปีละครั้ง เหตุผลคือเรือทุกลำที่เข้าเทียบมีน้ำมันเชื้อเพลิง และการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดขึ้นที่ท่าเหล่านี้เป็นประจำ
ความเชื่อมโยงกับการตรวจสภาพท่า (อัปเดตปี 2569)
ข้อ ๖ กำหนดให้เจ้าพนักงานตรวจท่าของกรมเจ้าท่า หรือเจ้าหน้าที่ที่อธิบดีมอบหมาย เป็นผู้ตรวจสอบ ข้อ ๗ ระบุว่ากรมเจ้าท่าจะใช้การปฏิบัติตามประกาศนี้เป็นองค์ประกอบในการพิจารณาออกหนังสือรับรองการตรวจสภาพท่า โดยอ้างระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยการรับรองการตรวจสภาพท่า พ.ศ. 2557
ระเบียบ พ.ศ. 2557 ดังกล่าวถูกยกเลิกแล้ว โดยระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการรับรองการตรวจสภาพท่ารับส่งคนโดยสาร ท่ารับส่งสินค้า และท่าเทียบเรือ พ.ศ. 2569 (ราชกิจจานุเบกษา 4 มีนาคม 2569) ซึ่งกำหนดให้หนังสือรับรองมีอายุไม่เกิน 1 ปี ต่อมาประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 56/2569 (ราชกิจจานุเบกษา 7 เมษายน 2569) กำหนดหลักเกณฑ์การตรวจ เช่น ต้องมีอุปกรณ์ขจัดคราบน้ำมันและเคมีภัณฑ์ที่เพียงพอตามผลประเมินในแผนฉุกเฉิน ต้องฝึกซ้อมตามแผนประจำปี และต้องมีนายท่าที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างน้อย 1 คน และแนบแบบตรวจ TAC-01 ฉบับใหม่ที่ใช้ตัวเลขอุปกรณ์ชุดเดียวกับตารางข้างต้น
ผลในทางปฏิบัติคือ อุปกรณ์ตามประกาศ 134/2564 จะถูกตรวจในการต่ออายุหนังสือรับรองทุกปี นอกจากนี้ ข้อ ๘ ยังกำหนดให้มาตรการตามประกาศเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาว่าท่าเทียบเรือมีสภาพไม่ปลอดภัยในการใช้ ซึ่งตามมาตรา 46 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.การเดินเรือฯ เจ้าพนักงานสามารถสั่งห้ามใช้ท่าและสั่งให้แก้ไขได้
ประกาศที่ควรอ่านคู่กัน
- ประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 136/2564 แนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการฯ ประจำท่าเรือ ประกาศพร้อมกันในราชกิจจานุเบกษาฉบับเดียวกัน กำหนดเนื้อหาของแผน ตั้งแต่การวิเคราะห์ความเสี่ยง โครงสร้างองค์กร ยุทธวิธี การส่งกำลังบำรุง และการรายงาน รวมถึงแผนการฝึกอบรมหรือฝึกซ้อมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และรายการอุปกรณ์ เครื่องมือ และสารเคมีขจัดคราบน้ำมันแนบท้ายแผน
- ประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 135/2564 แบบตรวจท่าเทียบเรือ (TAC-01) ฉบับเดิม ซึ่งปัจจุบันมีฉบับใหม่แนบท้ายประกาศ ที่ 56/2569
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดการมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ พ.ศ. 2565 กรอบการจัดการระดับชาติ ซึ่งกำหนดให้กรมเจ้าท่าเป็นฝ่ายเลขานุการและศูนย์ประสานงาน
- อนุสัญญา OPRC 1990 ว่าด้วยการเตรียมความพร้อม การปฏิบัติการ และความร่วมมือด้านมลพิษจากน้ำมัน ซึ่งประเทศไทยเข้าเป็นภาคี และเป็นที่มาของแนวคิดแผนประจำท่าเรือ
เช็กลิสต์สำหรับผู้ดูแลท่าเรือ
- ยืนยันกลุ่มความเสี่ยงของท่าจากประเภทสินค้าที่ขนถ่ายจริง รวมถึงทุ่นจอดเรือ SPM
- ตรวจวันหมดอายุของแผน (ความเสี่ยงสูง 3 ปีนับถัดจากวันที่ได้รับความเห็นชอบ) และกำหนดวันฝึกซ้อมครั้งถัดไป
- คำนวณความยาวทุ่นจากเรือที่ยาวที่สุดที่เข้าเทียบ และตรวจว่าวางล้อมรอบเรือได้ทันก่อนเริ่มขนถ่าย
- ตรวจว่าอัตราสกิมเมอร์ที่อ้างในแผนเป็นอัตราน้ำมันสุทธิ หรือมีส่วนเผื่อเพียงพอ
- รวมความจุที่เก็บชั่วคราว ตรวจอัตราปั๊มสูบถ่าย และระบุแหล่งจัดหาเพิ่ม
- ตรวจว่าสารขจัดคราบน้ำมันอยู่ในประกาศรายชื่อของกรมควบคุมมลพิษ และมีเอกสารระยะพ่นของเครื่องพ่น
- นับทุ่นดูดซับ แผ่นดูดซับขนาด 45×45 ซม. และชุด PPE ให้ครบตามกลุ่ม
- เก็บบันทึกการตรวจความปลอดภัยก่อนขนถ่าย (ISGOTT / Ship to Ship) ไว้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน
สาธุ อินโนเวตีฟ ช่วยอะไรได้
สาธุ อินโนเวตีฟ เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Markleen ในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมทุ่นกักคราบน้ำมัน สกิมเมอร์ และที่เก็บคราบน้ำมันชั่วคราว เป็นผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งของ NOFI Current Buster และจัดหาสกิมเมอร์และปั๊มของ FOILEX หน้า Markleen ของเรามีตารางข้อมูลจำเพาะจาก datasheet ของผู้ผลิต ให้วิศวกรท่าเรือนำไปเทียบกับเกณฑ์ข้างต้นได้ทันที รายการที่ผู้ผลิตไม่ได้เผยแพร่ข้อมูล เช่น ระยะพ่นของเครื่องพ่นสารขจัดคราบน้ำมัน เราจะยืนยันกับผู้ผลิตเป็นรายโครงการก่อนเสนอเสมอ
หากต้องการทบทวนความพร้อมของท่าในภาพรวม ดูเพิ่มเติมที่การเตรียมความพร้อมรับมือน้ำมันรั่วไหล และวิธีเลือกสกิมเมอร์ให้ตรงกับชนิดน้ำมัน
คำถามที่พบบ่อย
ท่าเรือขนถ่ายก๊าซ LPG หรือ LNG อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงใด
ตามบทนิยามของประกาศ ท่าเรือขนถ่ายก๊าซอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลาง จึงต้องมีทุ่นกักคราบน้ำมันไม่น้อยกว่า 2 เท่าของความยาวเรือ และอุปกรณ์อื่นตามกลุ่มนี้ หากท่าเดียวกันขนถ่ายน้ำมันหรือเคมีภัณฑ์ด้วย ควรยืนยันการจัดกลุ่มกับกรมเจ้าท่า
ต้องวางทุ่นกักคราบน้ำมันทุกครั้งที่ขนถ่ายหรือไม่
สำหรับท่าความเสี่ยงสูง ต้องวางทุ่นล้อมรอบลำเรือให้เสร็จก่อนการขนถ่ายทุกครั้ง ทั้งจากท่าสู่เรือ จากเรือสู่ท่า และจากเรือสู่เรือ ตามข้อ ๓(๖) ประกาศไม่ได้กำหนดข้อนี้สำหรับท่าความเสี่ยงปานกลางและต่ำ
สกิมเมอร์ที่แคตตาล็อกระบุ 20 m³/h ผ่านเกณฑ์ท่าความเสี่ยงสูงหรือไม่
ไม่แน่เสมอไป เกณฑ์นับเฉพาะน้ำมันที่เก็บได้โดยไม่นับน้ำ ขณะที่ตัวเลขในแคตตาล็อกมักเป็นอัตราสูงสุด ควรเลือกรุ่นที่มีอัตราสูงกว่าเกณฑ์และมีข้อมูลประสิทธิภาพการเก็บกู้ประกอบ
แผนปฏิบัติการฯ มีอายุกี่ปี
แผนของท่าความเสี่ยงสูงมีอายุคราวละ 3 ปี นับถัดจากวันที่กรมเจ้าท่าให้ความเห็นชอบ และเมื่อปรับปรุงแผนหลังการฝึกซ้อม ต้องเสนอขอความเห็นชอบใหม่ ท่าความเสี่ยงปานกลางและต่ำยื่นแผนให้กรมเจ้าท่าทราบ โดยประกาศไม่ได้กำหนดอายุแผน
ประกาศ 134/2564 ถูกแก้ไขหรือยกเลิกแล้วหรือยัง
ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยังไม่พบประกาศแก้ไขหรือยกเลิก ทั้งในราชกิจจานุเบกษาและฐานข้อมูลกฎหมายของกรมเจ้าท่า สิ่งที่เปลี่ยนคือระเบียบการรับรองการตรวจสภาพท่า ซึ่งออกใหม่ในปี 2569
ใช้สารขจัดคราบน้ำมันยี่ห้อใดก็ได้หรือไม่
ไม่ได้ ประกาศกำหนดให้ใช้สารขจัดคราบน้ำมันตามประกาศรายชื่อของกรมควบคุมมลพิษ ควรตรวจสอบรายชื่อล่าสุดก่อนจัดซื้อ
ต้องการตรวจรายการอุปกรณ์ของท่าเทียบกับประกาศ 134/2564? ส่งข้อมูลประเภทสินค้าที่ขนถ่าย ความยาวเรือที่ยาวที่สุดที่เข้าเทียบ และสภาพคลื่นและกระแสน้ำของท่า แล้วเราจะช่วยจัดรายการอุปกรณ์ให้ ติดต่อทีมงาน หรือดูข้อมูลจำเพาะอุปกรณ์ Markleen
แหล่งข้อมูล: ประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 134/2564 (ราชกิจจานุเบกษา) · ประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 136/2564 · ฐานข้อมูลกฎหมายกรมเจ้าท่า · ระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยการรับรองการตรวจสภาพท่า พ.ศ. 2569 · ประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 56/2569 ตรวจสอบล่าสุด 16 ตุลาคม 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดยืนยันข้อกำหนดที่ใช้กับท่าของท่านกับกรมเจ้าท่า